เชื่อว่าพ่อค้าแม่ค้ามือใหม่หลายคนน่าจะเคยสงสัยเหมือนกันใช่ไหมครับ ว่าขายได้ 1,000 บาท สุดท้ายเงินเข้ากระเป๋าเราจริงๆเหลือเท่าไหร่กันแน่? คำถามนี้สำคัญกว่าที่คิดเยอะเลยครับ เพราะถ้าเราตั้งราคา (pricing) ผิดตั้งแต่แรก กำไรที่อุตส่าห์วาดฝันไว้อาจหายวับไปกับค่าธรรมเนียมแบบไม่ทันตั้งตัวเลยหล่ะครับ
หลายบทความบนเน็ตชอบบอกว่า TikTok Shop หักแค่ 6–10% แต่บอกตรงๆเลยครับว่าความจริงไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เพราะมีค่าธรรมเนียมหลายตัวถูกเก็บซ้อนกันในออเดอร์เดียว วันนี้ Dr.Boost เลยรวบรวม ค่าธรรมเนียม TikTok Shop ล่าสุดปี 2026 จากเอกสารทางการของ Seller Center มาให้ดูกันแบบครบๆ (อัปเดต 5 กรกฎาคม 2026) พร้อมวิธีคำนวณต้นทุนแบบเห็นภาพทีละขั้น รับรองว่าอ่านจบแล้วตั้งราคาได้อย่างมั่นใจและรักษา profit margin ไว้ได้จริงครับ
หัวข้อเนื้อหาในบทความนี้ (คลิกเพื่อยังหัวข้อ)
ค่าธรรมเนียม TikTok Shop มีอะไรบ้าง สำหรับร้านค้าทั่วไป
สำหรับร้านค้าทั่วไป (Normal Seller หรือ Non-Mall ซึ่งเป็นประเภทที่ผู้ขายรายใหม่ส่วนใหญ่เปิด) TikTok Shop ประเทศไทยมี ค่าธรรมเนียมบังคับ 4 ตัว ที่ถูกหักในทุกออเดอร์ที่จัดส่งสำเร็จ ได้แก่
| ค่าธรรมเนียม | อัตรา | คิดจาก |
|---|---|---|
| ค่าคอมมิชชั่น (Marketplace Commission) | 6.42–11.77% (ตามหมวดสินค้า) | ราคาสินค้าหลังหักส่วนลดร้าน |
| Commerce Growth Fee | 6.96% (อิเล็กทรอนิกส์) / 8.03% (หมวดอื่น) — สูงสุด 199 บาท/ชิ้น | ราคาสินค้าหลังหักส่วนลดร้าน |
| ค่าธรรมเนียมธุรกรรม (Transaction Fee) | 3.21% | ราคาหลังส่วนลด + ค่าจัดส่งที่ลูกค้าจ่าย |
| ค่าโครงสร้างพื้นฐาน (Platform Infrastructure Fee) | 1.07 บาท/ออเดอร์ (คงที่) | ต่อออเดอร์ |
จุดที่คนขายพลาดกันบ่อยที่สุดคือมักเข้าใจว่าค่าคอมมิชชั่น (Commission) กับ Commerce Growth Fee เป็นตัวเดียวกัน แต่จริงๆ แล้วมันคนละตัวกันเลยครับและถูกเก็บพร้อมกันในออเดอร์เดียว ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมตัวเดียวที่เรียกสองชื่อ นี่แหละครับคือสาเหตุที่ทำให้ต้นทุนจริงแอบสูงกว่าที่หลายคนคิดไว้
อัตราค่าธรรมเนียม TikTok Shop ล่าสุด 2026
เดี๋ยวเรามาเจาะทีละตัวกันเลยครับ จะได้เห็นชัดๆว่าเงินที่หายไปแต่ละส่วนมันไปโผล่อยู่ตรงไหนบ้าง
ค่าคอมมิชชั่น (Marketplace Commission) 6.42% ถึง 11.77%
ค่าคอมมิชชั่นเป็นค่าธรรมเนียมหลักที่ TikTok Shop เก็บตามหมวดสินค้า โดยแต่ละหมวดมีอัตราต่างกัน ตั้งแต่ 6.42% ไปจนถึง 11.77% (รวมภาษีแล้ว) อัปเดตล่าสุด 5 กรกฎาคม 2026 สรุปเป็นกลุ่มได้ดังนี้
- 6.42% (ต่ำสุด): คอมพิวเตอร์/โน้ตบุ๊กและชิ้นส่วน, มือถือและแท็บเล็ต, กล้อง (ตัวกล้อง), ทีวีและตู้เย็น, เครื่องเกม, ทองและแพลตินัม
- 7.49%: สินค้าอิเล็กทรอนิกส์มือสอง/รีเฟอร์บิช, มอเตอร์ไซค์ (ตัวรถ)
- 8.56%: เครื่องพิมพ์, แอร์, เครื่องซักผ้า/อบผ้า, เครื่องล้างจาน
- 9.63%: เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน (พัดลม/เครื่องดูดฝุ่น), เครื่องประดับเงิน, วิดีโอเกม, อะไหล่และเครื่องเสียงรถยนต์
- 10.70% (หมวดส่วนใหญ่ใช้เรตนี้): ความงามและของใช้ส่วนตัว, อาหารและเครื่องดื่ม, สุขภาพ, แม่และเด็ก, ของใช้ในบ้าน, สัตว์เลี้ยง, ของเล่น, อุปกรณ์เสริมมือถือ และอัญมณีทั่วไป
- 11.77% (สูงสุด): แฟชั่นเสื้อผ้าชาย-หญิงและชุดชั้นใน, รองเท้า, กระเป๋า, นาฬิกาแฟชั่น, แว่นตา
พูดง่ายๆคือถ้าเราขายเครื่องสำอาง หมวดความงาม จะโดนคอมมิชชั่น 10.70% แต่พอขยับไปขายเสื้อผ้ากลับกลายเป็น 11.77% ครับ เพราะฉะนั้นการรู้เรตของหมวดตัวเองให้ชัด จึงเป็นก้าวแรกของการตั้งราคาให้ไม่ขาดทุน
Commerce Growth Fee — ตัวที่คนมองข้ามบ่อยที่สุด
Commerce Growth Fee คือค่าธรรมเนียมที่ TikTok Shop เก็บ เพิ่มอีกชั้นหนึ่ง โดยแยกออกจากค่าคอมมิชชั่นเลยครับ คิดเป็นอัตราคงที่ตามกลุ่มสินค้าดังนี้
- สินค้ากลุ่ม อิเล็กทรอนิกส์: 6.96%
- สินค้า หมวดอื่นๆ: 8.03%
- เพดานสูงสุด 199 บาทต่อชิ้น (สินค้าราคาแพงจะไม่โดนเกินนี้)
ตัวนี้คิดจากราคาสินค้าหลังหักส่วนลดร้าน (ไม่รวมค่าจัดส่ง) มีผลตั้งแต่ 6 พฤษภาคม 2026 และนี่แหละครับคือ จุดที่ทำให้ต้นทุนจริงพุ่งขึ้น เพราะเราต้องจ่ายทั้งค่าคอมมิชชั่นและ Commerce Growth Fee พร้อมกันในออเดอร์เดียว
ค่าธรรมเนียมธุรกรรม (Transaction Fee) 3.21%
Transaction Fee คือค่าดำเนินการชำระเงินครับ คิด 3.21% จากยอดรวม (ราคาหลังส่วนลด + ค่าจัดส่งที่ลูกค้าจ่าย) หักตอนจัดส่งสำเร็จ ข้อดีของตัวนี้คือทุกร้านโดนเท่ากันหมด ไม่ว่าจะขายสินค้าหมวดไหนก็ตาม
ค่าโครงสร้างพื้นฐาน (Platform Infrastructure Fee) 1.07 บาท/ออเดอร์
เป็นค่าธรรมเนียมคงที่ 1.07 บาทต่อออเดอร์ที่จัดส่งสำเร็จ (มีผลตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2025) ดูเป็นตัวเลขเล็กๆ นะครับ แต่ถ้าขายวันละหลายร้อยออเดอร์ พอรวมกันทั้งเดือนก็กลายเป็นเงินก้อนย่อมๆได้เหมือนกัน
วิธีคำนวณต้นทุนค่าธรรมเนียม TikTok Shop จริง
อ่านทฤษฎีมาถึงตรงนี้อาจจะยังนึกภาพไม่ค่อยออกใช่ไหมครับ เดี๋ยวลองมาดูตัวอย่างจริงกันเลยดีกว่า สมมติเราขายสินค้าราคา 1,000 บาท (ไม่มีส่วนลด) แล้วลองเทียบ 3 หมวดยอดนิยมกันดู
| สินค้า | Commission | Commerce Growth Fee | Transaction | Platform | รวมหัก | คิดเป็น |
|---|---|---|---|---|---|---|
| ครีม/เครื่องสำอาง | 107.00 (10.70%) | 80.30 (8.03%) | 32.10 | 1.07 | 220.47 บาท | ~22% |
| มือถือ | 64.20 (6.42%) | 69.60 (6.96%) | 32.10 | 1.07 | 166.97 บาท | ~16.7% |
| เสื้อผ้า | 117.70 (11.77%) | 80.30 (8.03%) | 32.10 | 1.07 | 231.17 บาท | ~23.1% |
เห็นตัวเลขแล้วอาจจะตกใจนิดหน่อยนะครับ เพราะต้นทุนค่าธรรมเนียมจริงๆอยู่ที่ประมาณ 16–23% ของราคาขาย ไม่ใช่ 6–10% อย่างที่หลายคนเข้าใจกัน นี่แหละคือ break-even ที่เราต้องเผื่อไว้ในทุกการตั้งราคา เพราะถ้าเผลอบวกกำไร (margin) แค่ 15% แล้วตั้งราคาขายออกไป อาจกลายเป็นขาดทุนทันทีตั้งแต่ออเดอร์แรกเลยก็ได้
ต้นทุนแฝงที่คนขายมักลืม (ค่าธรรมเนียมแบบมีเงื่อนไข)
นอกจากค่าธรรมเนียมบังคับ 4 ตัวแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายอีกกลุ่มที่เกิดเฉพาะบางกรณีครับ ซึ่งคนขายจริงเจอกันบ่อยมาก แต่ตารางทางการมักไม่ได้รวมไว้ให้ ถ้าเราเลือกใช้ช่องทางพวกนี้ ก็ต้องบวกต้นทุนเพิ่มจาก 16–23% ข้างต้นเข้าไปอีก
| ต้นทุนแฝง | อัตรา | เกิดเมื่อ |
|---|---|---|
| ค่าคอมมิชชั่น Affiliate | อัตราที่คุณตั้งเอง (นิยมตั้ง 10–20%) | ให้ครีเอเตอร์ช่วยขาย — จ่ายเมื่อปิดการขายได้ |
| Pre-order Service Fee | 2.14% (รวมภาษี) | ขายสินค้าแบบพรีออเดอร์ (ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2026) |
| Flash Sale / Brand Crazy Deals Fee | 3.21% (รวมภาษี) | เข้าร่วมแคมเปญ Flash Sale / Brand Crazy Deals |
ค่าคอมมิชชั่น Affiliate คือตัวที่ดันต้นทุนขึ้นสูงที่สุดครับ เพราะเป็นอัตราที่เราตั้งเองเพื่อจูงใจครีเอเตอร์มาช่วยรีวิวช่วยขายและมันจะถูกบวกเพิ่มจากค่าธรรมเนียมบังคับทั้งหมด ลองนึกภาพว่าถ้าตั้ง Affiliate ไว้ 15% บวกกับค่าธรรมเนียมบังคับอีก ~20% ต้นทุนรวมก็อาจพุ่งไปแตะ ~35% ของราคาขายเลยทีเดียว ข้อดีคือเราจ่ายเฉพาะตอนที่ขายได้จริงเท่านั้น (ไม่มีคนซื้อก็ไม่เสียสักบาท) แต่ก็ต้องคำนวณ margin ให้รอบคอบก่อนกดเข้าร่วมนะครับ
ส่วน Pre-order Service Fee 2.14% จะโดนเฉพาะสินค้าที่เปิดขายแบบพรีออเดอร์ ส่วน Flash Sale / Brand Crazy Deals Fee 3.21% จะโดนตอนที่เราเอาสินค้าเข้าร่วมแคมเปญของแพลตฟอร์ม ซึ่งพวกนี้ช่วยดันยอดขายได้จริงครับ แต่ก็แลกมากับต้นทุนที่สูงขึ้น (แถมส่วนใหญ่ต้องออกส่วนลดเองอีกต่างหาก) เพราะฉะนั้นทุกครั้งก่อนเข้าร่วม อยากให้ชั่งน้ำหนักดีๆระหว่างยอดขายที่จะเพิ่มกับกำไรที่หายไปครับ
เคล็ดลับบริหารต้นทุนค่าธรรมเนียม TikTok Shop
พอเรารู้ตัวเลขจริงกันไปแล้ว ทีนี้มาดูวิธีบริหารให้มันกลายเป็นกำไรกันบ้างครับ
- บวก margin เผื่อค่าธรรมเนียมอย่างน้อย 20% ก่อนบวกกำไรที่ต้องการ นี่คือกฎเหล็กของการตั้งราคาบน TikTok Shop
- ใช้สิทธิ์ร้านเล็ก ถ้ายอดขายยังต่ำกว่า 10,000 บาท/เดือน คุณได้ส่วนลด Commerce Growth Fee โดยอัตโนมัติ ใช้ช่วงนี้สร้างฐานลูกค้า
- สินค้าราคาแพงได้เปรียบเรื่อง cap เพราะ Commerce Growth Fee มีเพดาน 199 บาท/ชิ้น สินค้าราคาหลายพันจึงมี % ต้นทุนต่ำลง
- เลือกหมวดสินค้าให้ถูกต้อง เพราะเรตคอมมิชชั่นต่างกันได้ถึง 5% การจัดหมวดผิดอาจทำให้จ่ายแพงเกินจำเป็น
- คิดค่าจัดส่งเข้าไปในสมการ เพราะ Transaction Fee คิดรวมค่าส่งด้วย อย่าลืมส่วนนี้ตอนคำนวณกำไรสุทธิ (net profit)
สุดท้ายแล้วการเข้าใจ cost structure ให้ทะลุตั้งแต่วันแรก นี่แหละครับคือสิ่งที่แยกร้านที่ทำกำไรได้จริง ออกจากร้านที่ขายดีเทน้ำเทท่าแต่สุดท้ายไม่เหลืออะไรเลย และถ้าอยากเริ่มขายให้เร็วโดยข้ามเงื่อนไข 1,000 followers การเลือกใช้ บัญชี TikTok พร้อมไลฟ์ขายของ ที่เปิดร้านได้ทันที ก็เป็นอีกทางลัดที่ช่วยประหยัดเวลาตั้งต้นได้มาก
DR.BOOST ACCOUNT
เปิดร้าน TikTok Shop พร้อมไลฟ์
ขายได้ทันทีตั้งแต่วันแรก
บัญชีพร้อมผู้ติดตาม 1,000+ เปิดตะกร้าและไลฟ์ได้ทันที
เริ่มงานไว รับประกันคุณภาพกับ Dr.Boost
อยากเข้าใจภาพรวมการขายบน TikTok ทั้งหมด อ่านต่อได้ที่ คู่มือขายของใน TikTok ฉบับเต็ม
สำหรับร้านค้าทั่วไป ต้นทุนค่าธรรมเนียมรวมอยู่ที่ประมาณ 16–23% ของราคาขาย ขึ้นอยู่กับหมวดสินค้า โดยรวมค่าคอมมิชชั่น (6.42–11.77% ตามหมวด) + Commerce Growth Fee (6.96–8.03% เพดาน 199 บาท/ชิ้น) + Transaction Fee 3.21% + ค่าโครงสร้างพื้นฐาน 1.07 บาทต่อออเดอร์
เป็นค่าธรรมเนียมคนละตัวที่เก็บพร้อมกันในออเดอร์เดียว ค่าคอมมิชชั่นคิดตามหมวดสินค้า (6.42–11.77%) ส่วน Commerce Growth Fee เป็นอัตราคงที่ 6.96% (อิเล็กทรอนิกส์) หรือ 8.03% (หมวดอื่น) และมีเพดาน 199 บาทต่อชิ้น
ไม่มีค่าธรรมเนียมคำสั่งซื้อขนาดเล็กแยกต่างหาก ร้านค้าทั่วไปมีค่าธรรมเนียมบังคับ 4 ตัวเท่านั้น ได้แก่ ค่าคอมมิชชั่น Commerce Growth Fee ค่าธรรมเนียมธุรกรรม 3.21% และค่าโครงสร้างพื้นฐาน 1.07 บาทต่อออเดอร์
ได้ ร้านค้าที่มียอดขาย (GMV) ต่ำกว่า 10,000 บาทใน 30 วันล่าสุด จะได้ลด Commerce Growth Fee ลง 0.54% โดยอัตโนมัติ เหลือ 6.42% สำหรับอิเล็กทรอนิกส์ และ 7.49% สำหรับหมวดอื่น
หักเมื่อออเดอร์จัดส่งสำเร็จ ไม่ได้หักตอนลูกค้าสั่งซื้อ หากมีการยกเลิกหรือคืนสินค้าก่อนจัดส่งสำเร็จ จะไม่ถูกเก็บค่าธรรมเนียม
อัตราค่าธรรมเนียมทั้งหมดที่ TikTok Shop แสดงเป็นอัตรารวมภาษีแล้ว (tax inclusive) แต่รายได้จากการขายยังต้องนำไปคำนวณภาษีเงินได้ตามปกติ แนะนำปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชี
มี ค่าคอมมิชชั่น Affiliate เป็นอัตราที่ผู้ขายตั้งเองเพื่อจูงใจครีเอเตอร์ (นิยมตั้ง 10–20%) และจ่ายเฉพาะเมื่อครีเอเตอร์ปิดการขายได้เท่านั้น โดยบวกเพิ่มจากค่าธรรมเนียมบังคับทั้งหมด
มี Pre-order Service Fee 2.14% (รวมภาษี) ตั้งแต่ 1 มกราคม 2026 คิดจากราคาสินค้าหลังหักส่วนลดร้าน เก็บเพิ่มจากค่าธรรมเนียมปกติ และจะไม่ถูกเก็บหากออเดอร์ถูกยกเลิกหรือคืนสินค้า
อ้างอิงข้อมูล
- TikTok Shop Seller Center — Introduction to Seller Fees (seller-th.tiktok.com)
- TikTok Shop Seller Center — Commerce Growth Fee (อัปเดต 6 พฤษภาคม 2026)
- TikTok Shop Seller Center — Normal Seller (Non-Mall) Commission Rate (อัปเดต 5 กรกฎาคม 2026)
- TikTok Shop Seller Center — Pre-Orders / Pre-order Service Fee (มีผล 1 มกราคม 2026)
- TikTok Shop Seller Center — Brand Crazy Deals / Flash Sales Service Fee
ข้อมูล ณ เดือนกรกฎาคม 2026 — อัตราค่าธรรมเนียมอาจมีการปรับ แนะนำตรวจสอบล่าสุดที่ Seller Center ก่อนตั้งราคา
